Skip to content

Imageart โรงพิมพ์อันดับ 1 ที่ SME ไว้วางใจ

ผลิตกล่องกระดาษ หรือบรรจุภัณฑ์ ก็เปรียบเสมือนหน้าตาของคนเรา ถ้าเราแต่งหน้า สวมเสื้อผ้าเก๋ๆ เสริมสวยเสริมหล่อ คนก็มองเราเยอะ เช่นเดียวกันกับสินค้า ถ้าเราไม่ตกแต่งอะไรให้เลย ก็เหมือนผู้หญิงที่ออกจากบ้านแบบไม่แต่งหน้านั่นแหละ จริงๆแล้ว Packaging ก็ไม่ใช่ส่วนที่สำคัญซะทีเดียว แต่ถือเป็นส่วนเสริมที่จำเป็นอย่างยิ่งในการส่งเสริมการขายสินค้า

เพราะ
ผลิตกล่องกระดาษนอกจากจะช่วยดึงดูดลูกค้าให้มาหยิบจับสินค้าของเราแล้ว ยังทำให้คนจดจำแบรนด์ของเราได้เป็นอย่างดีและที่สำคัญที่สุด มันสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าได้ด้วย! จากสินค้าธรรมดาๆ หน้าตาบ้านๆ ราคาที่ลูกค้าประมาณไว้ก็ไม่สูงมาก แต่เมื่อนำมันมาแต่งตัวซะหน่อย ลูกค้าก็ยินดีที่จะจ่ายเพิ่มเพื่อเป็นค่าผลิตกล่องกระดาษ และบรรจุภัณฑ์ 

ผลิตกล่องกระดาษ และรับออกแบบบรรจุภัณฑ์

ทุกคนคงรู้กันอยู่แล้วว่า “กล่องกระดาษ” มีหน้าที่สำคัญในการบรรจุสิ่งของแทบทุกชนิดลงไป เพื่อให้การขนย้ายมีความสะดวก สามารถเก็บได้แบบเป็นที่ทาง อีกทั้งป้องกันความเสียหายอีกด้วย ทว่านอกจากประโยชน์ที่แนะนำไปจริง ๆ แล้วบรรจุภัณฑ์ประเภทนี้ยังมีประโยชน์ในเรื่องของการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับธุรกิจของคุณหากเลือกใช้งานได้อย่างเหมาะสม เพิ่มลูกเล่นและความน่าประทับใจแบบไม่รู้ลืม โรงานผลิตกล่องกระดาษจึงมีความสำคัญ

ประเภทวัสดุที่นิยมในการนำมาทำบรรจุภัณฑ์

1. กระดาษแป้งหลังเทา
กระดาษ สำหรับกล่องกระดาษประเภทแรกถือว่าได้รับความนิยมและพบเห็นได้บ่อยสุด ๆ จุดเด่นสำคัญคือมีราคาถูก ประหยัดต้นทุน ลักษณะเด่นคือด้านหนึ่งจะมีสีขาวมัน ๆ จากการเคลือบแป้ง อีกด้านจะมีความสากมือเป็นสีเทา ซึ่งความหนาที่ใช้ทำกล่องกระดาษ ก็มีตั้งแต่ 310 แกรม ไปจนถึง 500 แกรม ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์
2. กระดาษแป้งหลังขาว
กระดาษ ลักษณะกล่องกระดาษ ประเภทนี้จะมีความใกล้เคียงกับแบบแรกมาก แต่ความต่างคือด้านที่เป็นสีเทาจะเปลี่ยนเป็นสีขาวแทน ช่วยสร้างความโดดเด่นและมีระดับให้กับสินค้ามากขึ้น
3. กระดาษลูกฟูก
ประเภทนี้จะมีจุดเด่นสำคัญในเรื่องความแน่นหนา แข็งแรง ทนทาน เนื่องจากจะมีการนำเอาวัสดุมาประกบกันตั้งแต่ 2 แผ่นขึ้นไป บ่อยครั้งจึงถูกเรียกว่ากล่องกระดาษลูกฟูก เลือกขนาดได้ตั้งแต่เล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ ขณะที่ความหนาสูงสุดก็มีถึง 7 ชั้นเลยทีเดียว
4. กระดาษอาร์ตการ์ด
กระดาษ สำหรับสินค้าประเภทไหนที่ต้องการสร้างจุดดึงดูดด้วยลวดลาย สีสันอันแสนงดงาม กล่องกระดาษประเภทนี้นับว่าตอบโจทย์อย่างยิ่ง มีให้เลือกทั้งแบบด้านและมัน มีสีขาวเรียบทั้ง 2 ด้าน ความหนาเริ่มต้นใช้ตั้งแต่ 270 แกรม ไปจนถึง 400 แกรม เมื่อพิมพ์สีออกมาแล้วได้ความสวยงาม เพิ่มมูลค่าสินค้าได้ดี แต่ราคาก็แพงกว่าชนิดอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน
5. กระดาษคราฟท์
กระดาษ ชนิดสุดท้ายที่พบเห็นได้บ่อยในการนำมาทำบรรจุภัณฑ์ ลักษณะเด่นคือมีสีน้ำตาล มีความหนา แบ่งประเภทออกเป็น KA, KI และ KP นิยมใช้สำหรับการบรรจุโดยไม่ต้องพิมพ์ลวดลายบนกล่องใด ๆ หรือถ้าพิมพ์ก็เป็นสีเดียว ราคาไม่แพง แต่ได้ความคลาสสิกมากทีเดียว

ข้อดีของการใช้กล่องกระดาษ ที่ตรงกับประเภทสินค้า

อย่างที่รู้กันว่าจริง ๆ แล้วการทำบรรจุภัณฑ์ ไม่ใช่แค่มีเรื่องของวัสดุที่หลากหลายเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการออกแบบ และวิธีใช้งานอย่างเหมาะสมด้วย ซึ่งใครที่ใช้ได้ตรงกับประเภทสินค้าก็จะมีข้อดีที่สรุปมาให้แล้ว ดังนี้

1. ป้องกันสินค้าภายในให้คงสภาพเดิม
นี่ถือเป็นข้อดีลำดับแรกสำหรับทุกคนในการใช้งานกล่องบรรจุภัณฑ์เพื่อบรรจุสินค้าต่าง ๆ ลงไป มีส่วนช่วยป้องกันทั้งเรื่องของแรงกระแทกระหว่างขนส่ง แรงกดทับจากสิ่งของประเภทอื่น ลดความเสี่ยงการแตกหักเสียหาย ทว่าหากเป็นสิ่งของแตกง่าย เช่น กระดาษ แก้ว กระเบื้อง กระจก แนะนำให้มีการพันด้วยวัสดุหรือพลาสติกเพิ่มเติมจะดีที่สุด
2. สะดวกต่อการเคลื่อนย้ายขนส่ง
เมื่อสิ่งของทุกบรรจุเอาไว้ในบรรจุภัณฑ์ที่เรียบร้อย ย่อมช่วยให้การขนส่ง การเคลื่อนย้ายทำได้ง่ายมากขึ้นกว่าเดิม ไม่ต้องกลัวของเกะกะเส้นทาง ทั้งการยก แบก หรือใส่รถเข็น เลือกตามที่เหมาะสม ยิ่งเป็นกลุ่มสินค้าเสียหายง่ายจะช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้ได้ดีมาก
3. สร้างภาพลักษณ์ เกิดการจดจำ ช่วยกระตุ้นยอดขาย
หากคุณเลือกดีไซน์บรรจุภัณฑ์ให้ออกมาสวยงาม สะดุดตา ย่อมเป็นเรื่องปกติที่จะช่วยสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ดีขึ้น เกิดการจดจำง่าย กระตุ้นการสร้างยอดขาย และการบอกต่อในอนาคตแบบ Words of Mouth ได้อีกต่างหาก
4. นำมาใช้งานด้านอื่น ๆ เพิ่มเติมได้
หลังจากใช้งานในการบรรจุสินค้าต่าง ๆ เสร็จเรียบร้อย ส่วนใหญ่มักไม่ค่อยมีใครทิ้งกล่องหากไม่ได้เกิดความเสียหาย เพราะมันยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้เรื่องอื่นได้อีก เช่น การเก็บของภายในบ้านให้เป็นระเบียบ ใช้สำหรับส่งของให้กับผู้อื่นต่อ รวมถึงประโยชน์อื่น ๆ ตามความสะดวก ลดการเกิดขยะและภาวะโลกร้อนได้อย่างดีทีเดียว

ต้องการสั่งกล่องกระดาษควรรู้อะไรบ้าง

สำหรับธุรกิจไนสนใจสั่งทำกล่องเป็นแบรนด์ของตนเอง โดยไม่เลือกซื้อกล่องตามท้องตลาด ก็มีเรื่องที่ต้องรู้เบื้องต้นเพื่อให้มั่นใจว่างานออกมาแล้วสิ่งที่คาดหวัง คือ

– ประเภทกระดาษที่จะใช้ผลิตบรรจุภัณฑ์ ต้องการความสวยงามมากน้อยแค่ไหน ความแข็งแรงทนทาน และที่สำคัญลักษณะสินค้าที่จะใช้ รวมถึงขนาดที่เหมาะสมด้วย
– มองหาโรงพิมพ์กล่องที่มีประสบการณ์ยาวนาน ยืนยันคุณภาพจากลูกค้าที่เคยใช้งานจริง มีคำแนะนำช่วยเพิ่มความเข้าใจ เครื่องจักรทันสมัย ราคาคุ้มค่า ประหยัดต้นทุนได้
– ออกแบบลวดลายที่ต้องการ (ในกรณีที่อยากดีไซน์ด้วยตนเองเพื่อสร้างการจดจำของลูกค้า) หรือจะให้ทีมกราฟิกของโรงพิมพ์กล่องช่วยก็ไม่มีปัญหาเช่นกัน
– จำนวนในการสั่งผลิตต่อครั้งต้องชัดเจน หากยังไม่เคยผลิตมาก่อนควรเริ่มแค่พอประมาณ หากสินค้าขายดีก็ค่อยสั่งผลิตเพิ่มเติมภายหลัง ว่าจะต้องมีหรือไม่มีขั้นต่ำไหม
– พูดคุยเรื่องราคา การทำสัญญาสั่งผลิต และมีการยืนยันข้อมูลงานทั้งหมดก่อนทำอีกครั้ง

เมื่อโรงงานผลิตกล่องคือ อีกปัจจัยสำคัญในโลกธุรกิจและการใช้งานทั่วไป ดังนั้นหากคุณต้องเริ่มต้นผลิตกล่องใช้งานก็ต้องเข้าใจข้อมูลเรื่องต่าง ๆ ให้ครบถ้วนมากที่สุด จากนั้นจึงสั่งทำตามความเหมาะสมกับโรงพิมพ์กล่องคุณภาพ จะเป็นอีกผู้ช่วยชั้นดีในการพัฒนาธุรกิจให้เดินหน้าได้อย่างมั่นคง มีประสิทธิภาพ

เงื่อนไขเบื้องต้นในการพิจารณาเลือกโรงงานกล่องกระดาษ อาจมีดังนี้
– ปริมาณการผลิต: ผู้ผลิตจะพิจารณาเลือกให้กับลูกค้าที่ต้องการผลิตปริมาณมากกว่าคนอื่นๆ หรือไม่มีขั้นต่ำ
– ความสามารถในการผลิต: ผู้ผลิตต้องมีความสามารถ และเชี่ยวชาญในการผลิตกล่องเพื่อให้สามารถผลิตสินค้าที่มีคุณภาพดี
– คุณภาพของกล่อง: ผู้ผลิตต้องมีความเอาใจใส่ในการผลิตสินค้าให้มีคุณภาพดี ไม่มีตำหนิ และไม่มีรอยที่ไม่ต้องการ
– ราคา: ผู้ผลิตต้องมีราคาที่เหมาะสมกับคุณภาพของสินค้า โดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของการลดต้นทุนโดยไม่ลดคุณภาพของสินค้า
– เวลาการผลิตและการจัดส่ง: ผู้ผลิตต้องสามารถผลิตสินค้าได้ตามกำหนดเวลา และสามารถจัดส่งสินค้าให้ถึงลูกค้าได้เร็วที่สุด
– บริการหลังการขาย: ผู้ผลิตต้องมีบริการหลังการขายที่ดีต่อลูกค้า ให้คำปรึกษาและช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ

รับพิมพ์สติ๊กเกอร์ ผลิตกล่องขนม ผลิตกล่องครีม ผลิตถุง ผลิตกล่องกระดาษ ไม่มีขั้นต่ำ

Imageart ผลิตสิ่งพิมพ์ให้แบรนด์มาแล้วมากกว่า 5,000 แบรนด์